PAINT PROTECTION FILM (PPF)

ฟิล์มกันรอยสีรถ

ฟิล์มกันรอยสีรถ Paint Protection Film

ปัจจุบัน ฟิล์มกันรอย เป็นทางเลือกของกลุ่มคนรักรถเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัญหาสะเก็ดหินดีดใส่หน้ารถ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยการเคลือบแก้ว-เคลือบเซรามิกเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถป้องกันสะเก็ดหินเหล่านี้ได้ จึงทำให้คนที่เคลือบแก้วเคลือบเซรามิกในปัจจุบัน นิยมติดฟิล์มกันรอย PPF ในส่วนของกันชนหน้า ไฟหน้า ฝากระโปรงร่วมกันกับการเคลือบเซรามิกด้วย เพราะสามารถป้องกันหินดีดใส่ได้จริง และดูเนียนเหมือนไม่ได้ติด ยกเว้นแต่เราจะไปมองใกล้ๆ หรือเอามือลูบบริเวณรอยต่อของฟิล์มเท่านั้น ถึงจะทราบว่ารถคันนั้น ได้ติดตั้งฟิล์มใสกันรอย PPF ไว้นั่นเอง

ฟิล์มกันรอย มีกี่เกรด

ประเภทของฟิล์มใสกันรอย ปัจจุบันฟิล์มกันรอยจะแบ่งเป็น 3 วัสดุ ได้แก่ 1. PVC   2.TPH-PU   3.TPU   ซึ่งแต่ละวัสดุจะมีราคาที่แตกต่างกันรวมถึงคุณภาพเนื้อฟิล์มและอายุการใช้งานด้วย 

1. วัสดุ PVC : เนื้อฟิล์มที่เป็น PVC ข้อดีคือ ราคาถูก แต่ข้อเสียนั้นเยอะมาก เลยไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ อาจจะเลือกติดฟิล์มเกรดนี้เพราะมันถูกกว่าอย่างมาก เช่น กันชนหน้าติดทั้งกันชน ราคาเพียง 3,000-5,000 บาท ซึ่งต่างจากเกรด TPH และ TPU ติดกันชน ราคาจะเริ่มที่ 9,000-20,000 บาทเลยทีเดียว ถ้าติดทั้งคัน PVC ราคา 25,000-35,000 ถ้าเป็น PU-TPU ราคาเกือบแสนหรือแสนกว่ากันเลยทีเดียว เรื่องราคาเรารู้กันแล้ว ต่อมามาดูว่าข้อเสียมีอะไรบ้าง

ข้อดีฟิล์มกันรอยเกรดเนื้อ PVC
1. ราคาถูก

ข้อเสียฟิล์มกันรอยแบบ PVC
1. คราบมลภาวะต่างๆ จะติดลงบนเนื้อฟิล์มได้ง่าย และล้างไม่ค่อยออก ต้องใช้วิธีการขัดเข้าช่วย
2. เป็นรอยขนแมวง่ายและไม่หายไปเอง ต้องลอกเปลี่ยนหรือขัดสีชักเงาก็จะช่วยได้บ้าง
3. อายุการใช้งาน 1-2 ปี ฟิล์มจะแห้งกรอบ ต้องลอกออกทันที หากใช้ต่ออาจจะลอกไม่ออก และอาจทำให้สีรถเสียหายได้
4. ติดตั้งค่อนข้างยาก ถ้าไม่ชำนาญ งานจะออกมาไม่สวย
5. ใช้ไปสักพัก สีจะเหลืองหมอง ซีด ได้ง่าย ไม่สวย

2. เกรดเนื้อ TPH-PU : เนื้อฟิล์มมีส่วนผสมระหว่าง PVC และ TPU ส่วนเนื้อ TPU จะผสมมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับราคาและแต่ละยี่ห้อของฟิล์ม ซึ่งฟิล์มใสกันรอยเกรดนี้ นิยมกันมาก เนื่องจากราคาไม่สูงมาก และมีคุณสมบัติเด่นๆ ครบ ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับเกรดเนื้อ TPU จะแตกต่างก็ในเรื่อง ความเหนียวและอายุการใช้งานเท่านั้น

ข้อดีของฟิล์มเกรดเนื้อ TPH-PU
1. เป็นรอยขนแมวสามารถหายเองได้ เมื่อโดนความร้อน Self-Healing Effect
2. มีสารเคลือบ Hydrophobic Effect น้ำเด้ง ไม่เกาะบนเนื้อฟิล์มเหมือนเคลือบแก้ว
3. อายุการใช้งาน 2-3 ปีแล้วแต่ยี่ห้อและส่วนผสมของ TPU ว่ามีมากหรือน้อย

ข้อเสียของฟิล์มเกรดเนื้อ TPH-PU
1. ราคาเริ่มแพงกว่าทำสีใหม่เมื่อเทียบชิ้นต่อชิ้นทำให้ลูกค้าบางคนมองว่า ทำสีใหม่ถูกกว่าติดฟิล์มใสกันรอย
2. ไม่ทนต่อการจอดตากแดดเป็นประจำ เนื่องจากเนื้อฟิล์มจะหมองเร็ว
3. ความเหนียวของเนื้อฟิล์มยังมีไม่มาก ทำให้เวลาโดนหินดีดบางครั้ง เนื้อฟิล์มจะเกิดความเสียหายได้อยู่บ้าง 

3 ฟิล์มกันรอยเนื้อ TPU เนื้อฟิล์มประเภทนี้ จะดีที่สุด ในกลุ่มฟิล์มใสกันรอย ได้ทั้งความเงาที่สุด เหนียวที่สุดและทนที่สุดนั่นเอง แต่ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงที่สุดเช่นกัน

ข้อดีของฟิล์มเกรดเนื้อ TPU
1. เป็นรอยขนแมวสามารถหายเองได้ เมื่อโดนความร้อน Self-Healing Effect
2. มีสารเคลือบ Hydrophobic Effect น้ำเด้ง ไม่เกาะบนเนื้อฟิล์มเหมือนเคลือบแก้ว
3. อายุการใช้งาน 4-7 ปี แล้วแต่การใช้งานของแต่ละบุคคล
4. ทนต่อแรงดีดของหินได้ดีมาก ฟิล์มไม่ฉีกขาดง่าย
5. ทนต่อแสงแดดและความร้อนได้ค่อนข้างดี 

ข้อเสียของฟิล์มเกรดเนื้อ TPU
1. ราคาสูงมาก 

เนื่องจากฟิล์มใสกันรอยเกรดดีๆ จะมีราคาสูงมาก ซึ่งถ้าจะติดทั้งคันคงต้องมีงบประมาณพอสมควร แต่หากเรามีงบประมาณจำกัด เราสามารถเลือกติดเฉพาะชิ้นงานหรือส่วนที่ง่ายต่อการเกิดรอยได้ อาทิเช่น  กันชนหน้า ฝากระโปรงหน้า หรือวัสดุเปียโนแบล็ค (ดำเงา) ต่างๆ ได้

1. วัสดุภายในที่เป็นสีดำเงา (เปียโนแบล็ค) บริเวณดังกล่าวเป็นรอยขนแมวง่ายมาก แค่เพียงเช็ดทำความสะอาด ริ้วรอยก็เริ่มมาแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่จึงนิยมติดฟิล์มใสกันรอยบริเวณนี้กัน
2. หลุมมือเปิด ฝาถังน้ำมัน ชายบันได ชายฝาท้าย จุดเสี่ยงยอดฮิต ที่จะเกิดรอยขีดข่วนได้ทุกครั้งเมื่อมีการใช้งาน ไม่ว่าจะรอยเล็บเวลาเปิดประตู หรือชายบันไดเวลาก้าวขาออกจากรถไม่พ้นเวลาเปิดประตูในที่แคบเวลาจอดรถในห้าง ชายฝาท้ายเวลายกของเข้าออกแล้วพลาดไปโดน รวมถึงฝาถังน้ำมันที่เด็กปั๊มชอบทำเป็นรอย

!! ข้อเสียที่ควรทราบก่อนติดฟิล์มกันรอยทุกประเภท !!
1. กันชนหน้าหรือพื้นผิวที่โค้งเยอะๆ จะต้องมีรอยต่อของฟิล์ม ไม่เรียบเนียนไร้รอยต่อเท่าเคลือบเซรามิก 
2.
 รถสีขาว เวลาใช้ไปนานๆ จะเห็นขอบฟิล์มเป็นเส้นดำๆ เนื่องจากฝุ่นจับตามขอบฟิล์ม รถสีอื่นจะมองไม่ค่อยเห็น
3. เคลือบแก้ว-เซรามิก จะได้เนื้อที่เนียนกว่าฟิล์มใสกันรอย ฟิล์มใสกันรอยเวลาติดในพื้นที่ที่โค้งเยอะๆ ดึงเยอะๆ อาจจะเห็นรอยยับของฟิล์มหรือรอยดึงของฟิล์ม รอยกาวบ้างเป็นต้น
4. เวลาล้างอัดฉีดตามคาร์แคร์ ควรแจ้งทางร้าน ว่าติดฟิล์มใสกันรอยมา อย่าฉีดน้ำใกล้ๆ หรือจ่อๆ ตามร้านคาร์แคร์เวลาเห็นแมลงติดหน้ารถเยอะๆ ชอบเอาน้ำแรงๆ อัดให้แมลงหลุด ซึ่งฟิล์มที่ติดมาก็จะเสียหายไปด้วย หรืออาจจะเด้งอ้าตามจุดต่างๆ